หยุดยาวปีใหม่ที่ผ่านมามีเวลาได้นั่งเล่นเกมเลยหาเกมมันส์ๆ สะใจมานั่งหวด นึกขึ้นได้ใน Game Pass มีเกมที่อยากเล่นอยู่และดูเหมือนว่าจะห่างหายกันไปนานแล้วด้วยสำหรับเกมสุดโหดเลือดสาดอย่าง Ninja Gaiden ผลงานระดับตำนานของ Team Ninja ที่วางรากฐานให้กับแนวแอ็คชันความเร็วสูงมาจนถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งการกลับมาของ Ninja Gaiden 4 คือการประกาศชัดเจนว่า ตัวเกมนั้นได้ยกระดับความมันส์สะใจไปอีกขั้นพร้อมกับการดึง PlatinumGames มาร่วมพัฒนาด้วย หลังจากที่เล่นจนจบแล้วก็เลยจะหยิบมารีวิวให้อ่านกันครับ
เรื่องราวของ Ninja Gaiden 4 กลับสร้างความเซอร์ไพรส์ด้วยการเล่าเรื่องที่เติบโตและจริงจังขึ้น ตัวเกมเริ่มต้นหลังเหตุการณ์จากภาค 3 หลายปี เมื่อโลกเข้าสู่ยุคที่สงครามเชิงเทคโนโลยีและพลังเหนือธรรมชาติเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง ในภาคนี้เราจะได้อยู่ที่โตเกียวซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเนื่องจากซากของมังกรทมิฬที่ลอยอยู่บนฟ้าก่อให้เกิดฝนพิษตกลงมา ทำให้เมืองดูรกร้างและจมอยู่ภายในน้ำ ทำให้พื้นที่นั้นเต็มไปด้วยตึกสูงมากมาย และมีองค์กร Divine Dragon Order หรือ DDO ถูกจัดตั้งขึ้นร่วมกับ Ryu Hayabusa เพื่อดูแลความเรียบร้อยของเมือง
ซึ่งในภาคนี้ตัวเอกที่เราจะได้เล่นก็คือ Yakumo นินจาหนุ่มจาก Raven Clan ที่เดินทางมาโตเกียวเพื่อจัดการสังหารนักบวชหญิงแห่งมังกรทมิฬที่ชื่อว่า Seori เพื่อยุติภัยพิบัติตามคำทำนายของตระกูลที่บอกไว้ว่าหากจะจัดการมังกรทมิฬให้สิ้นซาก ต้องสังหารนักบวชหญิงผู้นี้เสียก่อน โดยเธอนั้นถูกทาง DDO คุมตัวอยู่ แต่สุดท้ายแล้วเมื่อเราบุกไปจนเจอ Seori ซึ่งเธอมีวิธีในการจัดการกับมังกรทมิฬ ทำให้ตัวเราต้องพาเธอหลบหนีออกมาและการเดินทางเพื่อกำจัดมังกรทมิฬจึงได้เริ่มต้นขึ้น
จริงๆ แล้วเรื่องราวของ Ninja Gaiden 4 นั้นดูไม่ได้หวือหวาหรือมีอะไรซับซ้อนนัก ตัวเกมเล่าเป็นเส้นตรงไปตามภารกิจที่เราบุกเดินหน้าไปเรื่อยๆ พบเจอกับตัวละครที่มาช่วยเหลือและศัตรูที่ดาหน้ามาให้จัดการ มีคัทซีนที่อุดมไปด้วยฉากสุดมันส์มากมาย เรื่องราวนั้นเดาง่ายและมีจุดพลิกหรือหักมุมบ้างพอสมควร ส่วนบทพูดใดๆ ก็ไม่ได้เน้นสาวความยืดให้เสียเวลา ใครที่ไม่ชอบความยืดของเนื้อเรื่องและเน้นลุยอย่างเดียวก็อาจจะถูกใจ แต่ข้อเสียคือตัวละคร NPC ที่ออกมามีน้อยและแทบจะเป็นตัวประกอบที่ดูจืดจางไปเลย
สำหรับเกมเพลย์ที่เป็นจุดเด่นของเกมนี้มาโดยตลอดก็ยังคงแอดชั่นรวดเร็ว เลือดสาด สะใจ แฟนๆ เหมือนเช่นเคย แต่ดูเหมือน Ninja Gaiden 4 จะปรับการต่อสู้ให้หนักแน่นกว่าเดิมทั้งในเรื่องของความเร็วในการเคลื่อนไหวสูงขึ้น ระบบหลบหรือปัดคมดาบลื่นไหลขึ้น คอมโบของอาวุธแต่ละชนิดมีความเฉพาะตัวมากขึ้น และพวกศัตรูก็ฉลาดขึ้น ไล่บี้ผู้เล่นไม่ให้ตั้งตัวง่ายๆ เราจะได้บุกลุยผ่านด่านเป็น Chapter เส้นตรงไปเรื่อยๆ เหมือนฉบับดั้งเดิมของซีรีส์นี้
เมื่อทุกอย่างมันเต็มไปด้วยความเร็วสูง บอกตามตรงว่าในช่วงแรกๆ ต้องใช้เวลาในการปรับตัวพอสมควร ทั้งการฟันคอมโบที่รวดเร็ว การหลบ การวิ่ง กระกระโดด การตั้งรับ การแพรี่ ทุกอย่างดูเร็วและวุ่นวายไปหมด Yakumo มีรูปแบบการต่อสู้หลักสองแบบคือ Bloodbind Ninjutsu Nue Style ที่เน้นการสังหารอย่างรวดเร็วและรุนแรง และ Raven Style ที่เน้นความคล่องตัวและอาวุธที่หลากหลาย การปลดล็อคทักษะใหม่ๆ ต้องใช้ Ninja Coin ซึ่งเพิ่มมิติของการบริหารทรัพยากรและการปรับแต่งสไตล์การเล่น
นอกจากนี้ตัวเกมมีการใส่ระบบลอบสังหารเข้ามาด้วย โดยการย่องไปข้างหลังแล้วเชือดแบบโหดสะใจ หรือจะดิ่งลงมาจากที่สูงแล้วเสียบแบบไม่ยั้งผ่านอนิเมชั่นที่บอกเลยว่าโครตเดือด แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยนักเพราะส่วนใหญ่จะเน้นพุ่งเข้าไปหวดกันยับๆ มากกว่า ส่วนอาวุธหลักๆ จะเป็นดาบอันรวดเร็วและปลดล็อกชิ้นใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาในภายหลังแต่ก็ไม่ขอสปอยในส่วนนี้ครับ และของใหม่อีกอย่างก็คือการเพิ่มช่องให้ตัวละครสามารถใส่เครื่องประดับที่มีความสามารถต่างๆ ได้
ตัวเกมมีการใส่ภารกิจมาให้เราได้สำรวจหรือแวะบ้างเล็กน้อย ทั้งการหาทางลับเก็บหีบหรือพื้นที่สำหรับจัดการกับศัตรูพิเศษ และมีการใส่เกมเพลย์ในสไตล์แพลตฟอร์มมาด้วย เช่นพวกการกระโดดไต่กำแพง การโหนตะขอ การสไลด์ไปบนรางรถไฟเพื่อหลบสิ่งกีดขวาง ไปจนถึงการบินไปตามสายลม เป็นต้น ซึ่งบางฉากก็แอบยากใช่เล่นเลยทีเดียว แถมก็ไม่รู้ทำไมทีมพัฒนาถึงใส่มาเยอะตลอดทั้งเกมเลยก็ว่าได้
สรุปภาพรวมของ Ninja Gaiden 4 ตัวเกมยังคงเต็มไปด้วยฉากแอคชั่นคอมโบมันส์ๆ เลือดสาดท่วมจอ แต่เพิ่มเติมด้วยความเร็วของเกมที่เพิ่มขึ้นจนบางครั้งอาจทำให้มึนหัวได้ง่ายๆ ส่วนความยากและความท้าทายของเกมก็มีหลากหลายระดับให้เราได้เลือกกันเต็มที่ รวมไปถึงผู้เล่นหน้าใหม่ที่อยากเล่นแบบง่ายๆ เกมก็ใส่ตัวช่วยมาให้เปิดใช้งานกันเต็มที่เช่นกัน ใครกำลังมองหาเกมแอคชั่นมันส์ก็ไปจัดกันได้เลย
No Game No Life !!
