[Review] Two Point Museum บน Nintendo Switch 2

000

หลังจากที่ Two Point Studios เคยพาเราไปบริหารโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยมาแล้ว พวกเขาได้ต่อยอดสูตรสำเร็จของความวุ่นวายสไตล์อังกฤษและระบบบริหารจำลองแบบเจาะลึก มาสู่พื้นที่ใหม่อย่าง พิพิธภัณฑ์ ในเกม Two Point Museum ซึ่งมีวางจำหน่ายให้ได้เล่นกันมาซักพักใหญ่ๆ แล้ว โดยล่าสุดตัวเกมมีการอัปเดตแพทช์ใหม่เพิ่มภาษาไทยเข้าไปในเกมแบบเป็นทางการ พร้อมกับมีวางจำหน่ายบน Nintendo Switch 2 ด้วย

และหลังจากที่เราได้ลองบริหารพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่ระดับชุมชนเล็กๆ ไปจนถึงสถาบันระดับโลก ก็ต้องยอมรับว่า Two Point Museum คือเกมที่ยังคงเสน่ห์แบบ Two Point ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งความกวนฮา ซับซ้อนพอดี และความท้าทายที่ไต่ระดับอย่างสนุก แต่ก็ยังมีบางจังหวะที่สูตรเก่าๆ ของทีมพัฒนาดูจะเริ่มเริ่มล้าตามยุคตามสมัยไปบ้าง

aaf505f5 a1a1 4864 8539 d51e001df3ac 1

1fc55c34 4560 42c5 83b2 6e0ec7895be9

ใน Two Point Museum ผู้เล่นจะได้รับหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์/ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์ที่ต้องสร้างและบริหารสถานที่จัดแสดง ตั้งแต่ห้องนิทรรศการ ศูนย์อนุรักษ์ ห้องเก็บโบราณวัตถุ ห้องวิจัย ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นกว่าภาคก่อนๆ เนื่องจากคราวนี้ของในพิพิธภัณฑ์มีราคามหาศาลและยังโดนขโมยง่ายมาก แก่นเกมคือการบริหารทรัพยากรบุคคลและพื้นที่เหมือนภาคก่อน แต่จุดเพิ่มความสนุกคือ ชิ้นงานจัดแสดงที่เป็นเหมือนหัวใจของพิพิธภัณฑ์ เราจะต้องคัดเลือกวัตถุโบราณ ตั้งแต่ยุคสมัยไดโดเสาร์ ศิลปะสมัยใหม่ ไปจนถึงโมเดลขนาดยักษ์ และต้องคอยจัดธีมการจัดแสดงให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงตกแต่งพื้นที่ เสริมระบบ สร้างสิ่งอำนวยความสะดวก ให้ผู้ชมได้ประทับใจ และในขณะเดียวกันก็ต้องคำนวนถึงเงินในกระเป๋าด้วย

82d6816b c360 4a5e 837a 77135b4b1dea

สำหรับ Two Point Museum มีภารกิจใหม่ที่ทั้งฮาและปั่นตามสไตล์ของซีรีส์นี้ มีการเพิ่มวัตถุจัดแสดงแฟนตาซี เช่น กะโหลกไดโนเสาร์ที่อาจเดินออกมาจากแท่นได้, ภาพวาดต้องคำสาปที่ทำให้ไฟกะพริบ, หุ่นปั้นโบราณที่เคลื่อนไหวช้าๆ แบบไม่น่าไว้ใจ, งานศิลป์สมัยใหม่ที่ผู้ชมมองแล้วกลายเป็นคนละอารมณ์ ภารกิจที่จะมีมาให้เราได้ทำนั้นช่วยเพิ่มสีสัน และบางครั้งก็ทำให้พิพิธภัณฑ์ของเราวุ่นวายระดับวายป่วงเลยทีเดียว

0321c798 9e92 49ff b32b a25cd2ee465e

e9de0bcb 68c3 4dc6 a2d0 e02b9d128225

นอกจากการทำภารกิจ การหาของมาจัดแสดงและการตกแต่งต่างๆ แล้ว เรายังต้องบริการและดูแลในส่วนของเจ้าหน้าที่บุคลากร ซึ่งดูเหมือนว่าในภาคนี้จะมีความลึกขึ้นและท้าทายมากกว่าเดิม โดยคราวนี้ตัวละคร NPC มีสกิลเฉพาะทางที่ต้องจับให้ตรงงาน เช่น ภัณฑารักษ์ที่ถนัดในเรื่องโบราณคดีซึ่งเราจะต้องส่งออกไปสำรวจและนำของต่างๆ กลับมาจัดแสดง, ผู้เชี่ยวชาญการอนุรักษ์ที่ไว้ใจได้, เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยที่วิ่งไล่หัวขโมยแบบจริงจัง รวมถึงไกด์ทัวร์ที่ช่วยเพิ่มคะแนนความประทับใจให้ผู้ชม ความสนุกและเป็นสิ่งสำคัญของภาคนี้ก็คือระบบ Research Expedition ที่ให้ทีมงานออกไปสำรวจสถานที่โบราณเพื่อหาไอเทมใหม่ๆ ถือเป็นไฮไลต์ที่ยอดเยี่ยมและน่าสนใจ เพราะมันทำให้พิพิธภัณฑ์ของเราสามารถพัฒนาแบบก้าวกระโดด แต่ก็ต้องเสี่ยงกับค่าใช้จ่ายและเวลา ซึ่งมันจะมีเรื่องยิบย่อยเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น อาการบาดเจ็บ หรือการเลือกนำของติดตัวไปด้วยเพื่อแก้ปัญหา

adf61a1c f1d9 40e0 b069 ed8530d7e5f4

กราฟิกและการนำเสนอของ Two Point Museum ถ้ามองผ่านๆ อาจจะไม่ได้มีอะไรเวอร์วังมากนัก แต่งานกราฟิกก็บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์นี้ ซึ่งก็มีการพยายามใส่รายละเอียดเข้าไปมากขึ้น เพิ่มสีสันและความสวยงามเข้าไปอีก โดยเฉพาะรายละเอียดของวัตถุจัดแสดง ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวหิน ผ้าโบราณ หรือแสงเงาต่างๆ ส่วนโมเดลตัวละครยังคงความกวนๆ ตาแป๋วๆ แบบเอกลักษณ์ของ Two Point ส่วนตัวแล้วเวลาเล่นเกมของซีรีส์นี้จะชอบดูผู้คนและตัวละครต่างๆ ที่มีการแสดงท่าทางตลกๆ อยู่เป็นประจำ ซึ่งในพิพิธภัณฑ์ ตัวละครที่เป็นผู้ชมมีการแสดงออก ตื่นเต้น ถ่ายรูป เซลฟี่ กรี๊ดตอนของขยับเอง หรือวิ่งหนีตอนมีเหตุการณ์ปั่นๆ เกิดขึ้น ดูแล้วทั้งตลกและมีชีวิตชีวามาก

451982bb 5156 4f0c 927e c8880799b42e

ee1128ee f27c 4bef ba03 8727055e3178

9c272bba 1866 4cc5 9ead 8254c857b55d

สำหรับเวอร์ชั่นล่าสุดที่วางจำหน่ายให้กับ Nintendo Switch 2 ต้องบอกเลยว่าพวก UI และการควบคุมต่างๆ ทำออกมาได้อย่างดี ไม่ซับซ้อนหรือรู้สึกว่ากดยากเล่นยากจนเกินไป มีปุ่มลัด มีการจับลากไอเทม แต่ส่วนตัวอยากให้เกมมีการอัปเดตเพื่อรองรับการใช้เมาส์เข้ามามากๆ จะทำให้เพิ่มความสะดวกสบายได้อย่างดีแน่นอน คงต้องรอดูกันต่อไปในอนาคต ส่วนเรื่องประสิทธิภาพการเล่นบน Nintendo Switch 2 นั้นไหลลื่น การเล่นในโหมดพกพาสบายตามากขึ้น เพราะตัวหนังสือปรับชัดและใหญ่กำลังดี ส่วนการเล่นแบบต่อทีวีบนจอใหญ่ก็ให้ภาพที่คมชัดสวยงาม แต่อย่างไรก็ตามพบว่าเมื่อพิพิธภัณฑ์มีการขยายที่ใหญ่ขึ้นมีผู้ชมเข้ามามากๆ ก็เกิดอาการเฟรมเรตอาจตกอยู่เหมือนกัน

123a465e 1abf 40de 8986 99451b1fedf0

สรุปภาพรวม Two Point Museum ยังคงเป็นซีรีส์เกมแนวบริหารจัดการสุดฮาวายป่วงที่เล่นแล้วสนุกอยู่เสมอไม่ว่าจะเปลี่ยนไปใช้ธีมอะไรในการนำเสนอ ยิ่งมีการอัปเดตภาษาไทยเข้ามาแบบเป็นทางการก็ยิ่งทำให้เล่นกันได้สบายขึ้น รู้ตัวอีกทีก็เล่นเพลินจนกินเวลาชีวิตไปเกือบทั้งวันเลยทีเดียว ใครที่เป็นแฟนเกมค่าย Two Point Studios แนะนำให้ลองไปหามาเล่นกันครับ จะเล่นใน PlayStation 5, Xbox Series X|S และ PC หรือบน Nintendo Switch 2 ก็แล้วแต่ที่ชอบกันได้เลย