หลังจากหายเงียบไปหลายปีและกลายเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดของ Capcom ในที่สุด Pragmata ก็ออกวางจำหน่ายและกลายเป็นเกมที่ถูกพูดถึงกันมากที่สุดในช่วงเวลานี้ พร้อมกับความสำเร็จทั้งในด้านยอดขายและคำชมจากผู้เล่น โดยทางเราก็เล่นเกมนี้จบไปเรียบร้อยก็เลยจะมารีวิวรายละเอียดของเกมกับความรู้สึกที่ได้เล่นมาให้อ่านกันครับ
กราฟิกที่สวยงาม
สำหรับ Pragmata นั้นทาง Capcom ยังคงใช้เอนจิ้นตัวเทพของค่ายอย่าง RE Engine ในการพัฒนา ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เห็นกันไปแล้วใน Resident Evil Requiem โดยกราฟิกที่ได้นั้นต้องบอกว่าสวยงามมากๆ ยิ่งเส้นผมของตัวละครนี่แสดงได้สมจริงสุดๆ โดยการออกแบบฉากและโมเดลต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดีเยี่ยม หลายฉากทำบรรยากาศออกมาได้ดีมาก มีทั้งตื่นเต้น หดหู่ หรือแม้แต่บรรยากาศน่ากลัวๆ ก็ยังมี ส่วนในเรื่องเสียงพากย์กับเพลงประกอบนี่ทำได้ดีตามมาตรฐาน โดยเฉพาะการแสดงของ Diana ที่สามารถถ่ายทอดทั้งความไร้เดียงสาและความลึกลับได้อย่างลงตัว ส่วนตัวแล้วที่ชอบเป็นพิเศษคือเพลงตอนจบของเกมนั่นเอง
เรื่องราวของเกม
Pragmata เล่าเรื่องผ่านตัวละครหลักสองคนคือ Hugh Williams นักบินอวกาศที่เดินทางไปทำภารกิจซ่อมบำรุงแต่ดันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้ติดอยู่ในสถานีวิจัยบนดวงจันทร์ และ Diana เด็กหญิงปริศนาที่มีความสามารถในการแฮ็กระบบ AI โดยที่โลกในเกมก็คือช่วงอนาคตที่เทคโนโลยีก้าวล้ำจนเกินควบคุม สถานีอวกาศที่ควรเป็นศูนย์กลางของความก้าวหน้ากลับกลายเป็นพื้นที่รกร้าง ผู้คนหายตัวไปกันจนหมด แถมเต็มไปด้วยหุ่นยนต์ที่ทำงานผิดพลาด ซึ่งทั้งสองจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการหาทางกลับไปยังโลกให้ได้
จริงๆ รายละเอียดของเนื้อเรื่องนั้นไม่มีอะไรซับซ้อนมาก มีการค่อยๆ คลายปริศนาความลับให้เราได้เห็นไปเรื่อยๆ แต่สิ่งที่น่าจะเป็นจุดเด่นที่สุดของเกมนี้ก็คือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง Hugh กับ Diana ที่เต็มไปด้วยความน่ารัก ให้เราได้ยิ้มอบอุ่นหัวใจตลอดเวลา บทสนทนาในเกมเองก็ค่อยๆ พัฒนาจากความไม่ไว้ใจ กลายเป็นความผูกพันในที่สุด ถ้าใครเข้าใจด้านภาษาจะรู้เลยว่าบทพูดทั้งในคัทซีนสำคัญหรือฉากการคุยเล็กน้อยตามรายทางนั้นทำให้เราค่อยๆ อินไปกับสองตัวละครนี้จนหลายคนน่าจะหลงรักน้อง Diana ที่เปรียบเหมือนกับลูกสาวตัวน้อยกันไปบ้างแน่นอน
เกมเพลย์ที่ไม่เหมือนใคร
หัวใจของ Pragmata คือการผสมผสานระหว่าง แอ็กชันยิงปืน (Third-person shooter) กับ ระบบแฮ็กแบบเรียลไทม์ ผู้เล่นจะต้องควบคุม Hugh ในการเคลื่อนไหว หลบหลีก และยิงศัตรู ขณะเดียวกันก็ต้องใช้ Diana ในการแฮ็กศัตรูผ่านอินเทอร์เฟซแบบพัซเซิลที่ซ้อนอยู่บนหน้าจอ ศัตรูในเกมส่วนใหญ่จะไม่สามารถถูกทำลายได้หากไม่ได้ถูกแฮ็กก่อน ทำให้การต่อสู้ทุกครั้งต้องใช้ทั้งทักษะการยิงและการแก้ปริศนาไปพร้อมกัน ระบบนี้สร้างจังหวะการเล่นที่ไม่เหมือนใคร และทำให้ผู้เล่นต้องคิดเร็ว ตัดสินใจเร็ว และบริหารสมาธิระหว่างสองสิ่งพร้อมกัน
แม้จะมีความท้าทายในเรื่องของการต้องทำหลายอย่างไปพร้อมกัน แต่หากได้ลองเล่นจริงๆ แล้วพบว่าเกมเพลย์ระหว่างการยิงกับการแฮ็กนั้นมันเข้ากันแบบไหลลื่นกว่าที่คิด ส่วนของการแฮ็กที่เป็นพัชเซิลก็ไม่ได้ยากจนเกินไปใช้เพียงการลากเส้นทางในตารางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งเท่านั้น ตำแหน่งของหน้าต่างแฮ็กที่ขึ้นมาทางด้านขวาก็ไม่เกะกะสายตา โดยการแฮ็กเองก็จะมี Node กับ Mod ที่เปรียบเหมือนสกิลซึ่งจะทำให้เราได้รับความสามารถต่างๆ ไม่ว่าจะเจาะเกราะศัตรู, ทำให้ศัตรูมึนสับสน, ทำให้ระเบิด หรือแม้แต่การช่วยสนับสนุนปล่อยโดรนหรือร่างโคลนไปล่อศัตรู เป็นต้น
ในด้านของ Hugh บรรดาอาวุธปืนที่เราสามารถปลดล็อคมาใช้งานได้นั้นก็จะมีความสามารถในการยิงที่ต่างกันออกไป มีทั้งปืนที่เหมือนกับช๊อตกัน ปืนพก ปืนเลเซอร์ ปืนยิงระเบิด และอีกมากมาย ซึ่งสามารถอัปเกรดได้ ตัวเกมจะให้เราได้พกพาปืนเหล่านี้ไปได้ชนิดที่ว่าเยอะสะใจมาก และชุดของ Hugh เองก็มีความสามารถในการแดชพุ่งหรือกระโดดลอยตัวได้เหมือนกับ Jetpack ด้วย ทำให้เกมเพลย์ส่วนของการวิ่งหลบ ยิง พุ่ง กระโดด มันส์มือสุดๆ
ในเกมยังเปิดโอกาสให้เราได้สำรวจพื้นที่ต่างๆ และตามหาพวกไอเทมกับเอกสารต่างๆ เพื่อที่จะมาปลดล็อคพื้นที่กลางที่เปรียบเหมือนกับที่พักหรือ Hub ของเราด้วย โดยเฉพาะการตามหาแบบพิมพ์สามมิติที่แยกเป็นส่วนๆ มาให้เราสะสมจนครบเป็นห้องใหญ่ เป็นการจำลองของจากในโลกของเรา เพื่อให้น้อง Diana ได้ไปเล่นหรือทำปฎิสัมพันธ์กับพื้นที่นั้นๆ เช่น สนามเด็กเล่น, พื้นทราย, ลูกโป่งปาร์ตี้ หรือการนั่งดูทีวี เป็นต้น คือแบบแค่ยืนมองดูน้องได้เล่นก็ยิ้มไม่หุบแล้วอ่ะบอกตรงๆ แล้วน้องก็คือซนมากกกก
สรุปภาพรวมของ Pragmata เชื่อว่าใครที่เล่นคงโดนน้อง Diana ตกอย่างแน่นอน ตัวเกมจัดว่าเล่นสนุกและกล้าที่จะฉีกเกมเพลย์ให้ต่างออกไปจากเกมอื่น แต่มันกลับทำให้เล่นได้อย่างลื่นไหลเข้ากันแบบไม่น่าเชื่อ มีเรื่องราวความสัมพันธ์ที่กินใจ แม้ความยาวชั่วโมงในการเล่นอาจจะไม่เยอะมากแต่ก็ถือว่ามอบความสนุกให้เราได้อย่างเต็มที่ เกมมีหลายอย่างให้ท้าทายสำหรับคนที่อยากพิสูจน์ฝีมือ ในขณะเดียวกันก็เข้าถึงง่ายสำหรับคนที่อยากลุยเนื้อเรื่องอย่างเดียว เอาเป็นว่าใครที่ยังไม่ได้เล่นบอกเลย Pragmata เป็นเกมที่ดีและไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง
No Game No Life !!
