หลังจากความสำเร็จของ God of War (2018) และ God of War Ragnarök ซีรีส์ God of War ได้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งกับ God of War: Sons of Sparta ภาคล่าสุดที่เลือกขยายโลกและธีมของเรื่องให้กว้างขึ้น พร้อมด้วยรูปแบบการเล่นที่เปลี่ยนไปเหมือนเป็นการลองอะไรใหม่ๆ มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ
Sons of Sparta เล่าเรื่องในช่วงวัยเด็กของ Kratos ระหว่างการฝึก Agoge ของสปาร์ตา โดยเน้นความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ Deimos และการเติบโตในฐานะนักรบซึ่งต้องผ่านอะไรต่างๆ ด้วยกันมากมายเพื่อจะเป็นสองพี่น้องนักรบที่แข็งแกร่ง แต่อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นเรื่องราวต้นกำเนิดที่มีธีมชัดเจน แต่โดยรวมแล้วมันยังดูไม่ค่อยมีอะไรที่น่าจดจำนัก แถมยังรู้สึกว่าไม่สามารถยืนเทียบกับมาตรฐานของซีรีส์หรือของเกมในแนวเดียวกันได้ การเล่าเรื่องกลับไม่ได้มีน้ำหนักหรือความเข้มข้นเท่าภาคหลัก เรื่องราวดำเนินไปอย่างตรงไปตรงมา และไม่ค่อยมีช่วงพีคที่น่าจดจำ
ในด้านของเกมเพลย์นั้น God of War Sons of Sparta มีการเปลี่ยนแนวมาเป็น Metroidvania ต่างจากของเดิมที่เคยเล่นแบบแอคชั่น 3 มิติกันมาก่อน คราวนี้ผู้เล่นจะต้องสำรวจแผนที่แบบ 2D ปลดล็อกความสามารถใหม่ และกลับไปยังพื้นที่เดิมเพื่อเปิดเส้นทางที่เคยไปไม่ได้ ระบบพื้นฐานทั้งหมดมีอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดสองชั้น การ dash หรือการใช้สกิลเฉพาะเพื่อแก้ปริศนาและเข้าถึงพื้นที่ใหม่ๆ โครงสร้างเหล่านี้ทำให้เกมเล่นได้ลื่นไหลในระดับหนึ่ง และเหมาะกับผู้เล่นที่คุ้นเคยกับแนวนี้อยู่แล้ว ในระหว่างที่ได้เล่นส่วนตัวรู้สึกว่าหลายองค์ประกอบให้ความรู้สึกคุ้นเคยเกินไป และไม่ได้มีการต่อยอดหรือพลิกแพลงอะไร ทำให้ระบบของเกมดูธรรมดาขาดเอกลักษณ์
แม้ภาพรวมของเกมเพลย์จะค่อนข้างธรรมดา แต่ระบบต่อสู้ถือเป็นส่วนที่ทำได้ดีอยู่บ้าง การโจมตีมีความหลากหลายพอสมควร และมีสกิลให้ปลดล็อกเพื่อเพิ่มทางเลือกในการต่อสู้ ศัตรูบางประเภทต้องใช้วิธีรับมือที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้เล่นต้องปรับสไตล์การเล่นอยู่ตลอด ในระหว่างที่การสำรวจซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเกมแนว Metroidvania ต้องบอกว่าในเกมนี้การออกแบบแผนที่และด่านในเกมอยู่ในระดับพอใช้เท่านั้น พื้นที่ต่างๆ เชื่อมต่อกันตามสูตรและมีการซ่อนไอเทมให้ค้นหา แต่เมื่อเล่นไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นข้อจำกัดที่ชัดเจน หลายพื้นที่มีลักษณะคล้ายกัน การย้อนกลับเส้นทางเดิมดูจะเป็นอะไรที่ไม่รู้สึกคุ้มค่าและดูไม่ได้ซับซ้อนมากนัก
งานภาพของเกมก็ถือว่าพอจะดูดีอยู่บ้างในบางฉาก เกมนำเสนอภาพในรูปแบบ pixel art ผสมกับ 2.5D ฉากกรีกโบราณถูกถ่ายทอดออกมาอย่างมีบรรยากาศ และช่วยเสริมโทนของเรื่องได้ดี แต่ก็ยังมีบางพื้นที่ดูเรียบง่ายและขาดรายละเอียด ทำให้ภาพรวมของงานศิลป์ยังไม่ถึงระดับที่น่าประทับใจตลอดทั้งเกม
สรุปภาพรวม God of War Sons of Sparta เป็นเกมที่กล้าลองสิ่งใหม่ และมีแนวคิดที่น่าสนใจ แต่การดำเนินการยังไม่สามารถผลักดันศักยภาพของไอเดียเหล่านั้นไปได้ไกลพอ มันให้ความรู้สึกว่าชื่อของ God of War มันดูน่าจะมีอะไรที่น่าสนใจหรือหนักแน่นกว่านี้ มันก็พอเล่นเพลินๆ ได้แต่ก็ไม่น่าจดจำเท่าไหร่นัก นอกจากนี้ตัวเกมยังมีรองรับภาษาไทยด้วย ถ้าใครที่เป็นแฟนของซีรีส์นี้อยากจะรู้เรื่องราวในวัยเด็กของพี่โล้นก็ไปหามาเล่นกันได้เลย
No Game No Life !!

