SEGA และ Netflix ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่ในวันนี้ เพื่อนำ Crazy Taxi มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์สำหรับฉายทาง Netflix พร้อมพัฒนาโครงการดัดแปลงจากผลงานในคลังของ SEGA อีกหลายเรื่อง ซึ่งรวมถึง Sonic และ STRANGER THAN HEAVEN
โครงการเหล่านี้ครอบคลุมทั้งแนวเรื่อง รูปแบบ และประเภทงานสร้างที่หลากหลาย ตั้งแต่ภาพยนตร์ตลกไลฟ์แอ็กชัน แอนิเมชันสำหรับเด็ก ไปจนถึงภาพยนตร์อาชญากรรมไลฟ์แอ็กชัน สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของผลงานในคลังของ SEGA พร้อมอาศัยประสบการณ์ของ Netflix ในการนำโลกจากเกมยอดนิยมไปสู่ผู้ชมกลุ่มใหม่
โปรเจกต์แรกภายใต้ความร่วมมือนี้คือภาพยนตร์ขนาดยาวที่ดัดแปลงจาก Crazy Taxi โดยได้ Dan Gregor และ Doug Mand คู่หูนักเขียนบทผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ The Naked Gun ฉบับรีบูตปี 2025 มารับหน้าที่เขียนบท ส่วน Neal H. Moritz, Toby Ascher และ Toru Nakahara ทีมโปรดิวเซอร์ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแฟรนไชส์ Sonic จะร่วมอำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้
ซีรีส์แอนิเมชัน Sonic the Hedgehog เรื่องใหม่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยมี Carlos Stevens และ Toru Nakahara ร่วมงานในโครงการนี้ ซีรีส์จะนำเสนอ Sonic และผองเพื่อนในฐานะฮีโร่สำหรับกลุ่มผู้ชมเด็กก่อนวัยเรียนตอนปลาย
ซีรีส์ดังกล่าวได้รับการอธิบายว่าเป็น “ผลงานเปี่ยมพลัง เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน แต่ยังคงมีเรื่องราวที่เข้าถึงอารมณ์ สร้างขึ้นสำหรับเด็กๆ ที่อยากสัมผัสความเท่แบบแสบๆ ทัศนคติอันเป็นตัวของตัวเอง และความรู้สึกเติมเต็มความฝันในแบบ ‘นี่แหละแก๊งของฉัน’ อย่างเต็มที่”
Brandon Riegg รองประธานฝ่ายรายการสารคดีและทรานส์มีเดียของ Netflix กล่าวในแถลงการณ์ว่า
“เกมที่ยอดเยี่ยมมีทุกสิ่งที่ผลงานดัดแปลงทุกเรื่องต่างตามหาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตัวละครที่ผู้คนรัก โลกที่พวกเขารู้จักเป็นอย่างดี และกลุ่มแฟนคลับที่พร้อมให้การสนับสนุนเสมอ การได้ร่วมงานกับ Crazy Taxi, Sonic และ STRANGER THAN HEAVEN ทำให้เรามีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานจากเกมสามยุคที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในคลังของ SEGA พร้อมเฉลิมฉลองทุกสิ่งที่แฟนๆ ชื่นชอบ และนำผลงานเหล่านี้ไปแนะนำให้ผู้ชมกลุ่มใหม่ได้รู้จัก”
Toru Nakahara หัวหน้าโปรดิวเซอร์ของ SEGA กล่าวเสริมว่า
“เตรียมพบกับความน่ารักแต่ยังคงความเท่ใน Sonic ความบ้าคลั่งสุดฮาใน Crazy Taxi และดราม่าแอ็กชันสุดเดือดใน STRANGER THAN HEAVEN เพราะเราเตรียมแนวคิดสร้างสรรค์อันยอดเยี่ยมเอาไว้มากมาย และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ทีมงานทุกคนตื่นเต้นกันอย่างยิ่ง!”
ด้าน Neal H. Moritz และ Toby Ascher จาก Original Film กล่าวว่า
“เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะได้สานต่อความสัมพันธ์อันยาวนานกับ SEGA และร่วมกับพันธมิตรของเราที่ Netflix ทำให้ Crazy Taxi มีชีวิตขึ้นมา ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นเพื่อทุกคนที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงหลังพวงมาลัยแท็กซี่สีเหลืองบน Dreamcast เปิดเพลงเสียงดังลั่น และพุ่งชนทุกสิ่งที่ขวางหน้า เพียงเพื่อไปรับผู้โดยสารรายต่อไปให้ทัน”
ขณะที่ Shuji Utsumi ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ SEGA กล่าวว่า
“เราได้เห็น Netflix ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ และสร้างสรรค์ผลงานแต่ละเรื่องด้วยความประณีตอย่างแท้จริง การได้เห็นความทุ่มเทเช่นเดียวกันนี้ถูกนำมาใช้กับ Sonic, Crazy Taxi และ STRANGER THAN HEAVEN เป็นสิ่งที่พวกเราที่ SEGA ภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วม ฐานแฟนคลับของเกมเหล่านี้สมควรได้รับเรื่องราวที่เคารพเอกลักษณ์ซึ่งทำให้แต่ละเกมมีความพิเศษ และเราทราบดีว่า Netflix มีความมุ่งมั่นในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของศักยภาพที่ผลงานเหล่านี้สามารถพัฒนาต่อไปได้”
No Game No Life !!


