ปี 2026 คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงการเกม ด้วยการมาของเกมฟอร์มยักษ์ ภาคต่อที่แฟนๆ รอคอย และเกมใหม่ที่กล้าฉีกกรอบเดิม ซึ่งแน่นอนว่ามันมีเยอะมากๆ แต่สำหรับในวันนี้เราก็เลยขอรวบรวม 20 เกมที่น่าจับตามองในปี 2026 มาให้ได้ดูกันพอหอมปากหอมคอว่ามีเกมไหนที่น่าเล่นและไม่ควรพลาดกันบ้าง
***หมายเหตุแพลตฟอร์มที่ลงอาจมีการเปลี่ยนแปลง
1. Grand Theft Auto VI (GTA 6)
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, Xbox Series X|S, PC
เกมโอเพนเวิลด์ระดับตำนานจาก Rockstar กลับมาอีกครั้ง พร้อมโลกที่ใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดเท่าที่เคยมีมา GTA 6 มาพร้อมตัวละครหลักหลายมุมมอง ระบบอาชญากรรมที่สมจริง และการเล่าเรื่องที่เข้มข้นกว่าเดิม ถือเป็นหนึ่งในเกมที่ถูกคาดหวังมากที่สุดแห่งทศวรรษ ถ้าไม่มีการเลื่อนเกิดขึ้นอีกเราก็คงจะได้เล่นกันในปีนี้แน่นอน เป็นเกมอันดับต้นๆ ที่หลายคนรอและอยากเล่นกันมากที่สุดในปีนี้
2. Resident Evil Requiem
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, Xbox Series X|S, PC
ภาคใหม่ของซีรีส์สยองขวัญระดับตำนาน ที่กลับสู่รากเหง้าความหลอนแบบ Survival Horror เน้นบรรยากาศกดดัน การบริหารทรัพยากร และเรื่องราวลึกลับที่เชื่อมโยงอดีตของจักรวาล Resident Evil เหมาะสำหรับแฟนเกมสยองขวัญตัวจริง เกมมาพร้อมกับตัวเอกใหม่ Grace Ashcroft และล่าสุดก็เพิ่งเปิดตัวการกลับมาของ Leon S. Kennedy งานนี้คงจะได้รู้เกี่ยวกับความลับของ Raccoon City และใครที่ได้ลอง Demo ไปแล้วคงจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้เล่นเกมนี้กันแบบเต็มๆ
3. 007 First Light
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, Xbox Series X|S, PC
เกมสายลับ James Bond ภาคใหม่จาก IO Interactive ผู้สร้าง Hitman เล่าเรื่องราวต้นกำเนิดของสายลับ 007 ในรูปแบบแอ็กชันลอบเร้นและเนื้อเรื่องภาพยนตร์ เน้นการวางแผน การใช้แกดเจ็ต และภารกิจหลากหลายสไตล์ จากตัวอย่างที่ปล่อยออกมานั้นกราฟิกดูน่าเล่นและเกมเพลย์ก็เร้าใจไม่เบาเลยทีเดียว
4. Control: Resonant
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, Xbox Series X|S, PC
ภาคต่อของ Control ที่ขยายจักรวาลเหนือธรรมชาติให้กว้างและลึกยิ่งขึ้น เพิ่มพลังพิเศษใหม่ ระบบต่อสู้ที่ลื่นไหล และฉากเมืองที่ซับซ้อนกว่าเดิม ยังคงเน้นการเล่าเรื่องลึกลับในสไตล์ Remedy ตัวเกมเป็นเกมแนว Co-op Multiplayer (PvE) 4 คน โดยผู้เล่นจะรับบทเป็นเจ้าหน้าที่หน่วย FBC ที่ต้องร่วมมือกันใช้อาวุธและพลังเหนือธรรมชาติเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์อันตรายภายใน The Oldest House จากการรุกรานของกลุ่ม Hiss
5. Fable
แพลตฟอร์ม: Xbox Series X|S, PC
การรีบูตเกม RPG แฟนตาซีในตำนาน ด้วยโลกเปิดที่มีชีวิตและอิสระในการเลือกเส้นทางชีวิตพร้อมกราฟิกที่สวยงามตระการตา การตัดสินใจของผู้เล่นส่งผลต่อโลกและตัวละครรอบข้าง ผสมอารมณ์ขันแบบอังกฤษเข้ากับการผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ โดยมีฉากอยู่ในโลกสมมติของ Albion ทั้งนี้ Fable ถือเป็นภาคใหม่ภาคแรกในแฟรนไชส์นับตั้งแต่ Fable: The Journey ของ Lionhead Studios ในปี 2012 ใครที่เป็นแฟนของซีรีส์นี้ไม่ควรพลาด
6. Forza Horizon 6
แพลตฟอร์ม: Xbox Series X|S, PC
เกมแข่งรถโอเพนเวิลด์ที่ยังคงเน้นความสนุกและอิสระในการขับขี่ มาพร้อมฉากใหม่ ระบบสภาพอากาศสมจริง และรถลิขสิทธิ์จำนวนมาก เหมาะทั้งผู้เล่นสายจริงจังและสายชิล ภาคใหม่ล่าสุดนี้ยังได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะใช้ “ประเทศญี่ปุ่น” เป็นฉากหลังตามคำเรียกร้องของแฟนๆ ด้วย ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับแผนที่ที่ใหญ่ที่สุดในซีรีส์ที่ผสมผสานทั้งตึกระฟ้าของกรุงโตเกียวที่เต็มไปด้วยแสงนีออน ภูเขาไฟฟูจิอันเป็นเอกลักษณ์ และทางหลวงเลียบชายฝั่งที่สวยงาม ตัวเกมยังมุ่งเน้นการยกระดับวัฒนธรรมรถยนต์แบบ JDM และการใช้เทคโนโลยี ForzaTech รุ่นอัปเกรดเพื่อถ่ายทอดระบบสภาพอากาศและฤดูกาลในญี่ปุ่นออกมาให้สมจริงที่สุด
7. Halo: Campaign Evolved
แพลตฟอร์ม: Xbox Series X|S, PC
เป็นโปรเจกต์รีเมคสุดยิ่งใหญ่ของเกมระดับตำนานอย่าง Halo: Combat Evolved ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมดด้วยเอนจิน Unreal Engine 5 เพื่อฉลองวาระครบรอบของซีรีส์ โดยมุ่งเน้นการนำประสบการณ์การต่อสู้บนวงแหวน Halo กลับมาถ่ายทอดใหม่ด้วยกราฟิกยุคปัจจุบันที่สมจริงและรายละเอียดสภาพแวดล้อมที่ตระการตามากกว่าเดิม ตัวเกมไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงภาพให้สวยงามเท่านั้น แต่ยังมีการยกเครื่องระบบ AI ของศัตรูให้มีความฉลาดและท้าทายมากขึ้น รวมถึงการขยายพื้นที่บางส่วนของภารกิจในโหมดเนื้อเรื่องให้มีความกว้างขวางและมีอิสระในการเลือกแนวทางการเล่นคล้ายกับรูปแบบ Open-world ขนาดเล็กใน Halo Infinite พร้อมทั้งมีการปรับปรุงระบบ Gunplay และเสียงประกอบใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เข้ากับมาตรฐานเกมยิงในยุคปี 2026
8. Gears of War: E-Day
แพลตฟอร์ม: Xbox Series X|S, PC
คือการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของซีรีส์แอ็กชันชูตเตอร์ระดับตำนานที่ทำหน้าที่เป็นภาคปฐมบท (Prequel) ย้อนเวลากลับไปในช่วง 14 ปีก่อนเหตุการณ์ภาคแรก เพื่อเล่าเรื่องราวความสยองขวัญในวัน Emergence Day ซึ่งเป็นวันที่กองทัพ Locust บุกโจมตีโลก Sera เป็นครั้งแรกผ่านมุมมองของตัวละครคู่หูอันเป็นที่รักอย่าง Marcus Fenix และ Dominic Santiago ในวัยหนุ่ม โดยตัวเกมถูกพัฒนาด้วยขุมพลัง Unreal Engine 5 เพื่อนำเสนอความรุนแรงและบรรยากาศอันสิ้นหวังให้สมจริงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งภาคนี้จะลดระดับสเกลของสงครามขนาดใหญ่ลงเพื่อเน้นไปที่ความหลอนและความตึงเครียดของการเผชิญหน้ากับศัตรูที่คาดไม่ถึงคล้ายกับเกมแนวสยองขวัญเอาชีวิตรอด ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับต้นกำเนิดของอาวุธไอคอนิกอย่าง Chainsaw Lancer และร่วมเป็นพยานในโศกนาฏกรรมที่เปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์มนุษยชาติไปตลอดกาลผ่านระบบเกมเพลย์แบบ Cover-based Third-person Shooter ที่ได้รับการขัดเกลาใหม่ให้รวดเร็วและหนักแน่นสมกับเป็นเกมระดับแม่เหล็กของ Xbox ในปี 2026
9. Pragmata
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, Xbox Series X|S, PC
เป็นผลงานเกมแนว Sci-fi Action-Adventure ระดับพรีเมียมตัวใหม่ล่าสุดจาก Capcom ที่สร้างความฮือฮาด้วยฉากหลังบนโลกอนาคตอันล่มสลายและดวงจันทร์ โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็นตัวเอกในชุดเกราะไฮเทคที่ต้องทำภารกิจปกป้องเด็กสาวปริศนาที่มีพลังพิเศษนามว่า Diana ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไร้แรงโน้มถ่วงและศัตรูจักรกลที่คาดเดาไม่ได้ ตัวเกมถูกพัฒนาด้วย RE Engine รุ่นอัปเกรดเพื่อมอบประสบการณ์กราฟิกที่สมจริงระดับ Next-gen พร้อมระบบฟิสิกส์ที่ละเอียดอ่อนและการเล่าเรื่องที่มีความลึกลับซับซ้อนตามสไตล์เกมญี่ปุ่นยุคใหม่ แม้ตัวเกมจะเคยประสบปัญหาการเลื่อนวางจำหน่ายหลายครั้งเพื่อให้ทีมพัฒนาสามารถขัดเกลาคุณภาพให้สมบูรณ์ที่สุด แต่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในเกมที่แฟนคลับตั้งตารอมากที่สุดในปี 2026 นี้ เนื่องจากความโดดเด่นของงานภาพที่ผสมผสานความล้ำสมัยและความอ้างว้างของอวกาศได้อย่างลงตัว พร้อมระบบการต่อสู้ที่เน้นการใช้อุปกรณ์เสริมและปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเอกกับเด็กสาวที่เป็นหัวใจสำคัญของเกม
10. Monster Hunter Stories 3
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, Nintendo Switch, PC
คือภาคต่ออย่างเป็นทางการของซีรีส์ RPG แบบเทิร์นเบสจากค่าย Capcom โดยในภาคนี้จะพาผู้เล่นเข้าสู่เรื่องราวบทใหม่ที่เกิดขึ้น 200 ปีหลังจากเหตุการณ์ในภาคก่อนหน้า ผ่านมุมมองของรัชทายาทแห่งอาณาจักร Azuria และเจ้าหญิง Eleanor แห่งอาณาจักร Vermeil ที่ต้องร่วมมือกันท่ามกลางความขัดแย้งของสองอาณาจักรและการระบาดของ Crystal Encroachment ที่ทำลายระบบนิเวศ ตัวเกมชูจุดเด่นด้วยการฟักไข่ Rathalos ฝาแฝดในตำนานที่มาพร้อมสัญลักษณ์พิเศษซึ่งถูกเชื่อว่าจะนำพาหายนะมาสู่โลก พร้อมทั้งการนำมอนสเตอร์ยอดนิยมอย่าง Magnamalo และมอนสเตอร์จากภาค Wilds มาเป็นคู่หู ให้ผู้เล่นได้สร้างสายสัมพันธ์และออกสำรวจโลกกว้างที่มีกราฟิกสวยงามสมจริงยิ่งขึ้นด้วย RE Engine รุ่นอัปเกรด ซึ่งถือเป็นการยกระดับระบบการต่อสู้แบบเป่ายิ้งฉุบดั้งเดิมให้มีความลึกซึ้งและท้าทายมากกว่าเดิมเพื่อตอบโจทย์ทั้งแฟนคลับรุ่นเก่าและผู้เล่นหน้าใหม่
11. Code Vein 2
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, Xbox Series X|S, PC
เป็นเกมภาคต่อแนว Action RPG Souls-like สไตล์อนิเมะจาก Bandai Namco ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 30 มกราคม 2026 บน PS5, Xbox Series X|S และ PC โดยในภาคนี้จะนำเสนอโลกใหม่และตัวละครใหม่ทั้งหมดที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาคแรก แต่ยังคงธีมโลกหลังหายนะที่มนุษย์และ Revenant ต้องเผชิญกับภัยคุกคามจาก Luna Rapacis ที่เปลี่ยนผู้คนให้กลายเป็นอสูรกาย Horrors ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Revenant Hunter ที่ร่วมผจญภัยไปกับ Lou เด็กสาวผู้มีพลังควบคุมกาลเวลาเพื่อย้อนอดีตไปเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของโลกผ่านระบบแผนที่แบบสองห้วงเวลา ตัวเกมมีการยกระดับระบบต่อสู้ด้วยอาวุธใหม่ 2 ชนิดคือ Dual Swords และ Runeblade พร้อมฟีเจอร์ “Partner System” ที่ได้รับการอัปเกรดให้สามารถอัญเชิญคู่หูออกมาช่วยรบหรือรวมร่าง (Assimilation) เพื่อเพิ่มพลังโจมตีได้ รวมถึงยังมีระบบพาหนะอย่าง Motorcycle Forma สำหรับสำรวจพื้นที่กว้างใหญ่และระบบปรับแต่งตัวละคร (Character Creation) ที่ละเอียดขึ้นกว่าเดิมเพื่อมอบประสบการณ์การเล่นที่อิสระและเข้มข้นสมกับที่แฟนเกมทั่วโลกเฝ้ารอคอยมานาน
12. Crimson Desert
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, Xbox Series X|S, PC
คือเกมระดับ AAA แนว Open-world Action-Adventure ฟอร์มยักษ์จาก Pearl Abyss ผู้สร้าง Black Desert โดยมีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มีนาคม 2026 บนแพลตฟอร์ม PS5, Xbox Series X|S และ PC ซึ่งในภาคนี้ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Kliff หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้าง Greymanes ที่ต้องออกเดินทางทำภารกิจในทวีป Pywel อันกว้างใหญ่เพื่อกอบกู้กลุ่มของตนกลับคืนมาจากการถูกทรยศและโจมตีโดยศัตรูคู่อาฆาตอย่างกลุ่ม Black Bears ตัวเกมโดดเด่นด้วยระบบการต่อสู้ที่รวดเร็ว ดุดัน และลุ่มลึก ซึ่งผสมผสานทั้งการใช้อาวุธระยะประชิด การทำคอมโบกลางอากาศ และการใช้พลังธนูเสริมเวทมนตร์เข้าด้วยกันท่ามกลางกราฟิกที่สวยงามสมจริงอย่างเหลือเชื่อจากขุมพลัง BlackSpace Engine รุ่นล่าสุด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริมที่หลากหลายเช่น การขี่ม้าผจญภัย การตกปลา การคราฟต์ไอเทม และการต่อสู้กับบอสขนาดยักษ์ที่มีกลไกการเล่นเฉพาะตัว ทำให้เกมนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในโปรเจกต์เกมโลกเปิดที่น่าจับตามองที่สุดเลยทีเดียว
13. The Seven Deadly Sins: Origin
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, PC, iOS, Android
คือเกมแนว Open-world Action RPG ฟอร์มยักษ์จาก Netmarble ที่ต่อยอดความสำเร็จจากภาค Grand Cross ซึ่งในภาคนี้ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับเรื่องราวบทใหม่ที่มีตัวเอกอย่าง Tristan (ลูกชายของ Meliodas และ Elizabeth) เป็นศูนย์กลางของการผจญภัยเพื่อแก้ไขความปั่นป่วนของมิติเวลาในทวีป Britannia อันกว้างใหญ่ ตัวเกมชูจุดเด่นด้วยอิสระในการสำรวจโลกที่ไม่มีรอยต่อ ทั้งการเดิน วิ่ง ปีนป่าย บินบนท้องฟ้า และดำดิ่งลงไปใต้บาดาล พร้อมระบบการต่อสู้แบบ Real-time ที่ดุดันและลื่นไหลซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสลับตัวละครในทีมเพื่อทำคอมโบสกิลร่วมกันได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังมีระบบรวบรวมตัวละครจากซีรีส์ต้นฉบับที่มาพร้อมกราฟิกสไตล์อนิเมะคุณภาพสูงที่สวยงามระดับ Unreal Engine 5 และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เช่น การตกปลาและการไขปริศนาในแผนที่ ทำให้เกมนี้เป็นโปรเจกต์ที่แฟนการ์ตูนและคอเกมแนวผจญภัยต่างรอคอยเพื่อจะได้สัมผัสประสบการณ์ในโลกของเจ็ดบาปที่สมบูรณ์แบบที่สุด
14. Star Wars: Galactic Racer
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, Xbox Series X|S, PC
เป็นเกมแข่งรถแนว Arcade Racing ความเร็วสูงฟอร์มยักษ์ที่พัฒนาโดย Fuse Games (ทีมงานอดีตผู้สร้าง Burnout และ Need for Speed) ซึ่งมีกำหนดวางจำหน่ายในปี 2026 บน PS5, Xbox Series X|S และ PC โดยเนื้อเรื่องจะเกิดขึ้นในยุคหลังการล่มสลายของจักรวรรดิ (Post-Empire) ที่การแข่งรถใต้ดินในชื่อ Galactic League กำลังรุ่งเรืองในเขต Outer Rim ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Shade นักแข่งผู้โดดเดี่ยวที่ต้องขับขี่ยานพาหนะหลากหลายรูปแบบ เช่น Speeder Bikes และ Landspeeders ผ่านสนามแข่งสุดอันตรายบนดาวชื่อดังอย่าง Jakku และ Ando Prime ตัวเกมเน้นระบบการเล่นแบบ Runs-based ที่ผสมผสานการชิงไหวชิงพริบและการโจมตีคู่ต่อสู้ด้วยสไตล์ดุดันแบบต้นตำรับเกมแข่งรถแอ็กชัน พร้อมทั้งมีโหมดเนื้อเรื่องที่เข้มข้นและโหมด Multiplayer ที่รองรับการเล่นข้ามแพลตฟอร์ม ซึ่งถือเป็นการกลับมาครั้งสำคัญของเกมแนวแข่งรถในจักรวาล Star Wars ที่แฟนๆ รอคอย
15. Dragon Quest VII: Reimagined
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, Nintendo Switch, PC
คือการนำเกม RPG สุดคลาสสิกภาคที่ยาวที่สุดในซีรีส์กลับมาสร้างใหม่ทั้งหมด (Remake) ซึ่งภาคนี้ชูจุดเด่นด้วยงานภาพกราฟิกที่สวยงามสีสันสดใส ตัวเกมได้ทำการปรับปรุงระบบเนื้อเรื่องให้มีความกระชับและลื่นไหลมากขึ้น เพื่อลดความเยิ่นเย้อจากเวอร์ชันดั้งเดิม แต่ยังคงความเข้มข้นของเนื้อหาการเดินทางข้ามเวลาเพื่อกู้คืนเกาะที่หายไป พร้อมทั้งยกเครื่องระบบอาชีพด้วยฟีเจอร์ “Moonlighting” ที่ให้ผู้เล่นสวมบทบาทได้ถึงสองอาชีพในเวลาเดียวกัน และยังมีการเพิ่มเนื้อเรื่องเสริมใหม่ๆ ของตัวละครหลักอย่าง Kiefer และ Maribel เข้ามาเพื่อให้เป็นเวอร์ชันที่สมบูรณ์
16. Marathon
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, Xbox Series X|S, PC
เกมแนว Sci-fi Extraction Shooter (PvPvE) มุมมองบุคคลที่หนึ่งจาก Bungie (ผู้สร้าง Halo และ Destiny) ที่เป็นการคืนชีพซีรีส์ในตำนานขึ้นมาใหม่ในรูปแบบมัลติเพลเยอร์ ซึ่งผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Runners มนุษย์ไซเบอร์เนติกส์ที่ต้องแทรกซึมเข้าไปในพื้นที่อันตรายของดาว Tau Ceti IV เพื่อชิงทรัพยากรและอาร์ทิแฟกต์ล้ำค่าท่ามกลางการแย่งชิงของฝ่ายต่างๆ และกองกำลังรักษาความปลอดภัย UESC ตัวเกมเน้นความตึงเครียดของการเอาชีวิตรอดที่ผู้เล่นต้องตัดสินใจว่าจะถอนตัว (Extract) เมื่อไหร่เพื่อรักษาอุปกรณ์ที่หามาได้ พร้อมระบบการเล่นที่ยืดหยุ่นซึ่งรองรับทั้งการลุยเดี่ยวและแบบทีมสูงสุด 3 คน นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่างระบบแชทเสียงตามระยะห่าง (Proximity Chat) และตัวละครพิเศษอย่าง Rook สำหรับสายฟาร์มเน้นเสี่ยงโชคโดยเฉพาะ ผสมผสานกับงานภาพสไตล์ไซไฟที่จัดจ้านและระบบพัฒนาตัวละครตามฤดูกาลที่จะส่งผลต่อเนื้อเรื่องในระยะยาว ทั้งนี้หลายคนก็แอบหวั่นๆ อยู่ว่าเกมจะไปรอดหรือไม่ คงต้องรอลุ้นกันตอนที่เกมออกจริงอีกที
17. Warhammer 40,000: Boltgun 2
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, Xbox Series X|S, PC
เป็นเกมยิงแนว Boomer Shooter สไตล์ย้อนยุคภาคต่อสุดมันส์ที่พัฒนาโดย Auroch Digital โดยในภาคนี้จะดำเนินเรื่องราวต่อจากภาคแรกทันที พร้อมเปิดตัวตัวละครใหม่ที่เล่นได้อย่าง Nyra Veyrath นักรบสาวจากหน่วย Sister of Battle (Adepta Sororitas) ที่มาพร้อมสไตล์การเล่นเน้นความคล่องตัวสูงและการใช้ “ศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์” อย่างปืนพ่นไฟและ Meltagun เพื่อเผาผลาญเหล่าเฮเรติกไปพร้อมกับตัวเอกหน้าเดิมอย่าง Malum Caedo ตัวเกมยังคงรักษาเสน่ห์ของงานภาพแบบพิกเซลอาร์ตที่นองเลือดและดุดัน แต่ยกระดับด้วยการเพิ่มความหลากหลายของฉากตั้งแต่ไฮฟ์ซิตี้ไปจนถึงป่าดงดิบ รวมถึงการเผชิญหน้ากับศัตรูใหม่ๆ อย่าง Bloodletters และบอสขนาดมหึมาที่ท้าทายกว่าเดิม ซึ่งถือเป็นการกลับมาเขย่าขวัญเหล่าสาวก Chaos ด้วยความเร็วและพลังทำลายล้างที่แฟนเกมแนวเดินหน้ายิงยุค 90 ไม่ควรพลาด
18. Mio: Memories in Orbit
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, Nintendo Switch, PC
คือเกมแนว Metroidvania ผสมผสานแอ็กชันผจญภัยแบบ 2D โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น MIO หุ่นยนต์แอนดรอยด์สุดปราดเปรียวที่ตื่นขึ้นมาบน The Vessel ยานอวกาศอาร์คขนาดมหึมาที่กำลังจะล่มสลายและเต็มไปด้วยเครื่องจักรที่คลุ้มคลั่ง ตัวเกมชูจุดเด่นด้วยงานภาพสไตล์วาดมือที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ พร้อมระบบการเคลื่อนที่ที่ลื่นไหลซึ่งช่วยให้ผู้เล่นสามารถสำรวจแผนที่อันซับซ้อนและกว้างใหญ่ได้อย่างอิสระเพื่อตามหาความลับและฟื้นฟูความทรงจำที่หายไป ผู้เล่นสามารถปรับแต่งความสามารถของ MIO ผ่านระบบ Modifiers ที่หลากหลาย เช่น การเปลี่ยนตะขอเกี่ยว (Hook) ให้กลายเป็นอาวุธหรือเครื่องมือหลบหลีก รวมถึงการเผชิญหน้ากับศัตรูกว่า 30 ชนิดและบอสผู้พิทักษ์สุดท้าทายอีก 15 ตัว เพื่อกอบกู้ยานลำนี้และทำความเข้าใจโชคชะตาที่แท้จริงของตนเองในบรรยากาศ Sci-fi ที่น่าหลงใหลและกดดันไปพร้อมๆ กัน
19. Arknights: Endfield
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, PC, Mobile
เป็นเกมแนว 3D Real-Time Strategy RPG ฟอร์มยักษ์ที่เป็นภาคแยกของซีรีส์ Arknights ซึ่งผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Endministrator ผู้นำทีมสำรวจจากบริษัท Endfield Industries ออกผจญภัยบนดาวเคราะห์ดวงใหม่ชื่อ Talos-II เพื่อกอบกู้ดินแดนจากภัยพิบัติและสัตว์ประหลาดดุร้ายท่ามกลางโลกกว้างแบบ Open-world จุดเด่นของภาคนี้อยู่ที่ระบบเกมเพลย์ที่ผสมผสานการต่อสู้แบบทีม 4 คนที่เน้นการทำคอมโบสกิลที่ลื่นไหลเข้ากับระบบ Factory Building ที่ผู้เล่นต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐาน สายพานลำเลียง และระบบไฟฟ้าเพื่อผลิตทรัพยากรแบบอัตโนมัติในสไตล์เกมแนวซิมูเลชันก่อสร้างโรงงาน ตัวเกมถูกยกระดับกราฟิกให้สมจริงยิ่งขึ้นแต่ยังคงสไตล์อนิเมะที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมเนื้อเรื่องแนวไซไฟอวกาศ (Space Opera) ที่เข้มข้นและลุ่มลึกซึ่งจะพาผู้เล่นไปค้นหาความลับของอารยธรรมโบราณที่สาบสูญไปพร้อมกับเหล่า Operator มากหน้าหลายตา
20. Lego Batman: Legacy of the Dark Knight
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, Xbox Series X|S, PC,Nintendo Switch
เป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของอัศวินรัตติกาลในรูปแบบตัวต่อเลโก้ที่ยกระดับความสมจริงด้วยเอนจิน Unreal Engine 5 ซึ่งในภาคนี้จะนำเสนอโลกของเมือง Gotham แบบ Open-world ที่กว้างขวางและมีชีวิตชีวามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับเนื้อเรื่องที่เข้มข้นแต่ยังคงอารมณ์ขันสไตล์เลโก้ โดยเน้นไปที่การเผชิญหน้ากับกลุ่มวายร้ายระดับตำนานที่นำโดย Joker และ Court of Owls ผ่านระบบการต่อสู้ที่ลื่นไหลและการไขปริศนาที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวของตัวละครที่มีให้เลือกเล่นมากกว่า 200 ตัว ตัวเกมยังเพิ่มฟีเจอร์การปรับแต่ง “Bat-suit” และ “Batmobile” ได้อย่างอิสระเพื่อรองรับแนวทางการเล่นที่หลากหลาย พร้อมรองรับระบบ Co-op แบบแบ่งหน้าจอและออนไลน์ที่ได้รับการขัดเกลามาอย่างดีเยี่ยม ทำให้เกมนี้กลายเป็นโปรเจกต์ระดับมาสเตอร์พีซที่รวบรวมประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Batman มาไว้ในโลกของตัวต่อได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อแฟนๆ ทุกวัย
สำหรับทั้ง 20 เกมที่นำมาแนะนำกันนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายเกมที่เตรียมจะออกมาให้เราได้เล่นกันตลอดปี 2026 ทั้งเกมที่เปิดตัวมาแล้วแต่ยังไม่ประกาศวันวางจำหน่าย หรือเกมที่เตรียมจะเปิดตัวและโชว์ข้อมูลต่างๆ ให้เห็นกัน อย่าลืมติดตามเราไว้ให้ดีเพราะเราจะมานำเสนอข่าวสารและอัปเดตต่างๆ ให้อ่านกันอีกแน่นอนครับ
No Game No Life !!
